ศุกร์. ส.ค. 7th, 2020

เว็บข่าวมวย วันนี้

เว็บข่าวมวย รวมข่าวมวย วันนี้ วิเคราะห์มวย ทีเด็ดมวย โปรแกรมมวย

ชูการ์ เรย์ โรบินสัน นักมวยคนแรกที่ได้ใช้คำว่าดีที่สุดหากวัดกันปอนด์ต่อปอนด์

1 min read
ชูการ์ เรย์ โรบินสัน

ชูการ์ เรย์ โรบินสัน “นักชกที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์” ชูการ์ เรย์ โรบินสัน

ชูการ์ เรย์ โรบินสัน คำนี้ มีนัก มวยหลาย คนได้ รับการ ยกย่อง และใช้ มัน ไม่ว่าจะเป็น ฟลอยด์ เมย์เวท เธอร์ จูเนียร์, ไมค์ ไทสัน หรือ มูฮัม หมัด อาลี เพราะมัน หมายถึง

การได้ รับการ ขนานนาม ว่า “ดีที่ สุดตลอด กาล” ทว่าแท้ จริงแล้ว “นักชก ที่ดี ที่สุด เมื่อเทียบ กันปอนด์ ต่อปอนด์” เคยถูก ใช้เรียก แทนนัก ชกคน หนึ่งที่ ชื่อว่า

เขาคือ คนเดียว ที่ได้ ใช้มัน อย่างถูก ลิขสิทธิ์ จนกระ ทั่งถึง ยุคการ เปลี่ยนผ่าน ที่เจ้า แห่งวง การมวย โลกมาก หน้าหลาย ตาอย่าง อาลี,ไทสัน และ ฟลอยด์ รับช่วงต่อ อะไร

ทำให้ เขาได้ ฉายานั้น ติดตาม เรื่องราว ของ “นักชก ที่ดี ที่สุด เมื่อเทียบ กันปอนด์ ต่อปอนด์” คนแรก ของโลก ได้ที่นี่ ปอนด์ต่อ ปอนด์คือ อะไร? “ปอนด์ต่อ ปอนด์” องค์ประกอบ

คำๆ นี้เป็น คำเชิง เปรียบเทียบ ที่เชื่อ ว่าคอ มวยทุก คนบน โลกนี้ ย่อมเคย ได้ยิน อย่างแน่นอน มันคือ คำที่ แฟนๆ เอาไว้ ใช้หา นักมวย ที่เก่ง ที่สุด ในโลก ในทาง สัญ

ลักษณ์ เพราะใน ความจริง ไม่มี ทางเลย ที่นัก มวยรุ่น เฟเธอร์เวต จะชก กับนัก มวยรุ่น เฮฟวี่ เวตและ สามารถเอาชนะได้ … แต่ถ้าทั้งสองคนมีน้ำหนักเท่ากันล่ะ ใครจะชนะ

ชูการ์ เรย์ โรบินสัน

นั่นแหละคือที่มาของคำว่า ปอนด์ต่อปอนด์ หมายถึงนักชกที่ดีที่สุด

ในโลกหากนักมวยทุกคนบนโลกนี้น้ำหนักเท่ากันหมดนั่นเอง … ดังนั้นหากนักมวยคนใดที่ถูกสื่อยกย่องว่า “ดีที่สุดหากวัดกันปอนด์ต่อปอนด์” ก็ต้องหมายความว่าเขาคนนั้นเป็น

คนที่เก่งจริงๆ จนทั่วโลกยินดีจะมอบสโลแกนนี้ให้ คำๆ นี้เกิดขึ้นเมื่อในยุค 40’s โดยจุดเริ่มต้นมาจากนักมวยผิวดำที่แม้แต่ มูฮัมหมัด อาลี ผู้ที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ยังออกโรงกล่าวด้วยตนเองว่านักชกคนนี้คือ “ราชาตัวจริง” ” คือ ราชา ลูกพี่ และ ไอดอลของผม” นี่คือสิ่งที่ มูฮัมหมัด อาลี กล่าวถึงยอดนักชกแห่งยุคอย่าง นักชกผู้ให้กำ

เนิดวลี “ดีที่สุดในโลกหากเทียบปอนด์ต่อปอนด์” หวาน…เหมือนน้ำตาล เดิมทีชื่อ วอล์คเกอร์ สมิธ จูเนียร์ เขาเกิดในยุคที่นักมวยผิวดำยังไม่ได้รับการยอมรับมากนัก แรกเริ่ม

วอลเตอร์ ไม่ได้อยากจะเป็นนักมวยเหมือนที่โชคชะตาพัดพามา แต่เขาหวังที่จะเรียนหมอ ทว่าความขรุขระของชีวิตวัยเด็กที่พ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เขาต้องแยกไปอยู่กับแม่พร้อมพี่

น้องอีก 2 คน และแน่นอนว่าพวกเขายากจน ซึ่งมวยก็เป็นทางออกที่ไม่เลวนัก”ผมจำได้ว่าพ่อตื่นมาทำงาน 6 โมงเช้าและกลับมาบ้านอีกทีตอนเที่ยงคืน เขาทำแบบนี้ มวยวันนี้

สัปดาห์ละ 6 วัน ผมจะได้เจอพ่อก็แค่วันอาทิตย์เท่านั้น ด้วยความสัตย์จริง ผมอยากจะมีเวลากับพ่อมากกว่านี้” วอล์คเกอร์ จูเนียร์ กล่าว เมื่ออายุได้ 15 ปี วอล์คเกอร์ ได้พบเส้น

ทางทำกินขึ้นมา นั่นคือการเป็นนักมวย และสิ่งแรกที่เขาต้องทำคือการขึ้นทะเบียนเป็นนักมวยเพื่อที่จะทำให้เขาได้รับอนุญาตขึ้นชกบนเวทีมาตรฐานได้ แต่ติดอยู่อย่างเดียว

คือเขายังอายุแค่ 15 ปี และสมาคมปฎิเสธที่จะทำบัตรสมาชิกให้กับเขา เนื่องจากอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ 18 ปี อย่างไรก็ตามเรื่องปากท้องนั้นรอกันไม่ได้ วอล์คเกอร์ สมิธ จูเนียร์ ปฎิเสธการเข้าตามตรอกออกตามประตู เขาไปหาเพื่อนแถว

บ้านที่อายุ 18 ปี เพื่อขอยืมสูติบัตรมายืนยันกับสมาคมว่าเขาอายุถึงเกณฑ์แล้ว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของชื่อเรียกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อนของเขาชื่อ ตามสูติบัตร นั่นทำให้ วอล์คเกอร์ จูเนียร์ ต้องได้บัตรประจำตัวในชื่อนั้น และถูกเรียกว่า นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.