ศุกร์. เม.ย. 23rd, 2021

เว็บข่าวมวย วันนี้

เว็บข่าวมวย รวมข่าวมวย วันนี้ วิเคราะห์มวย ทีเด็ดมวย โปรแกรมมวย

นักมวยสุดบ้าบิ่น การแสดงที่ยอดเยี่ยมในชีวิตของโรเบิร์ต เดอ นีโร ในฐานะ เจค ลามอตต้า

1 min read
นักมวยสุดบ้าบิ่น

นักมวยสุดบ้าบิ่น รางวัลออสการ์ 2 ยุคทำให้โรเบิร์ต เดอ นีโร แปลงเป็นตำนานของวงการฮอลลีวูด

นักมวยสุดบ้าบิ่น รางวัลออสการ์ 2 ยุคทำให้ โรเบิร์ตเดอนีโร แปลงเป็นตำนานของวงการฮอลลีวูด หนึ่งในหน้าที่ที่ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นตำนาน เป็นการใส่นวมแล้วก็สวมวิญญาณ ของเจคลาม็อตต้า

นักชกที่ว่ากันว่า “โดนต่อยเท่าไรก็ไม่เคยเจ็บ” ภายใต้หน้าที่นักมวยนั้นมีอะไรแอบซ่อนอยู่ และก็ โรเบิร์ต เดอ นีโร ทุ่มหมดตัวแค่ไหนจนได้ออสการ์ ? ติดตามทั้งสิ้นเหมาะนี่ 1950s

สมัยที่ไฟเตอร์เต็มแวดวง สมญานามของนักมวย สามารถบอกถึงขั้นตอนการแล้วก็จิตใจของนักต่อยพวกนั้นได้อย่างดีเยี่ยม ย้อนกลับไปในตอนสมัย 40s-50s ว่ากันว่ายุคนั้นเป็นสมัยที่มวยต่อยกันได้

มันและก็สนุกสนานหนำใจผู้ชมเยอะที่สุด โดยมีชื่อเรียกสมัยกันอีกอย่างว่า สมัยโอลด์สคูล ของวงการมวยเลยก็ว่าได้ แบบอย่างที่แจ่มแจ้งที่สุดเป็นในสมัย 40s-50s นั้น นักมวยแต่ละคน

ยังมิได้มีวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาเกี่ยว ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการโภชนาการดูแลของกินของนักนักต่อยสมัยนั้น ไม่มีนักจิตวิทยาทางการกีฬาเพื่อช่วยทำให้พวกเขาสามารถลดความเคร่งเครียด

ในจิตใจได้เสมือนในตอนนี้ ซึ่งสิ่งพวกนี้เริ่มเข้ามาในช่วงปลายยุค 60s หรือจะชี้แจงให้เห็นภาพเป็น ยุคที่ มูฮัมหมัด อาลี เข้ามาในแวดวงรวมทั้งทำให้มวยรุ่นเฮฟวี่เวตดังคับโลกนั่นเอง

ในสมัย 40s-50s นั้นมันเป็นอะไรที่ต่างกันเยอะมาก ที่เห็นได้ชัดที่สุดในขณะนั้นเป็น นักมวยผิวดำมิได้รับการยินยอมรับราวกับเดี๋ยวนี้ เวลานี้ที่อเมริกา มีมาเฟียมวยซึ่งโดยมากมาจากพวกกลุ่มสเตอร์

ที่เป็นกลุ่มชนผิวขาว การเลี้ยงนักมวยเอาไว้ในกลุ่มเปรียบได้เสมือนดั่งกับการมีอาวุธเอาไว้ข่มขู่คู่ปรปักษ์ และก็เป็นการเอาชนะกันบนเวทีแทนที่จะใช้ปืนยิงกันที่ริมถนน จะมองเห็นได้ว่ามวยในยุคนั้น

นักมวยสุดบ้าบิ่น มันเป็นการพนันกันด้วยเกียรติของกลุ่ม มากยิ่งกว่าการที่จะหาผู้ชนะในทางความเป็นดีเลิศทางกีฬา ซึ่งสิ่งกลุ่มนี้สะท้อนออกมากับนักมวยดูเหมือนจะทุกคนภายในสมัยนั้น เมื่อพวกเขาเดินขึ้นเวที

ไม่มีผู้ใดต่อยเพื่อรอนับคะแนนเมื่อต่อยครบยก น็อคเอาต์แค่นั้นที่พวกเขาอยาก ยอดความสามารถในสมัยนั้นมีเพียงแค่เดียว ชื่อของเขาเป็นชูการ์เรย์โรบินสัน นักชกผิวดำ ที่ถูกเรียกว่า

นักชกที่ดีเยี่ยมที่สุดเมื่อเทียบเคียงกันปอนด์ต่อปอนด์” คนแรกของโลก ด้วยเหตุผลของความสามารถที่ขึ้นมาเป็นแชมป์โลกได้ ตอนที่โดนเหล่ามาเฟียขวางทางนักต่อยผิวดำ

ด้วยการชนะทุกคนกระทั่งหมด และก็ก่อให้เกิดการให้โอกาสให้เขาขึ้นชิงชนะเลิศโลกเป็นครั้งแรก แล้วก็ครองบัลลังก์นักต่อยที่เอาชนะคู่ปรับได้มากกว่าร้อยไฟต์ชูการ์เรย์โรบินสัน

เป็นผู้ที่จำเป็นต้องต่อสู้กับพลังที่ไม่เห็น เว้นเสียแต่ไล่ปัดกวาดนักต่อยที่ยิ่งใหญ่ในรุ่นจนกระทั่งหมดเกลี้ยง เขายังจำเป็นต้องสู้กับเรื่องเชื้อชาติ แม้กระนั้นที่ยอดเยี่ยมเป็นเขาสามารถเอาชนะ

ปัญหาทั้งหมดทั้งปวงได้” วิล เฮย์กู้ด นักเขียนหนังสือ ด้วยสิ่งต่างๆที่กล่าวมา ก็คงจะเริ่มเข้าใจความไม่มีใครเอาชนะได้ของชูการ์เรย์โรบินสัน ได้อย่างดีเยี่ยม และก็อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เว็บข่าวมวย วันนี้

นักมวยสุดบ้าบิ่น มวยยุคนั้นไม่เคยมีการเลือกคู่ต่อยแบบกลัวเสียแชมป์ ไม่มีการอมสายรัดเอว คนไหนกันแน่เก่งที่สุดย่อมได้เจอะกันแบบไม่มีเงื่อนไข โดยเหตุนี้แม้กระทั้งคนเก่งอย่างโรบินสัน ก็ยังจำเป็นต้องเคยชิมรสความแพ้พ่ายหนแรกจนได้

นักมวยสุดบ้าบิ่น

เจค ลาม็อตต้านักชกที่ว่ากันว่าโดนต่อยเท่าไรก็ไม่เคยเจ็บ

นักมวยสุดบ้าบิ่น แต่ว่าคนไหนล่ะซึ่งสามารถเอาชนะนักมวยที่เหมาะสมที่สุดในโลกเมื่อเปรียบเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ นักต่อยที่คนไม่ใช่น้อยพูดว่าครบถ้วนบริบูรณ์และก็ล้ำสมัยอย่างกับย้อนเวลามาจากโลกอนาคต

ผู้ปราบชูการ์เรย์โรบินสันหมายถึงเจค ลาม็อตต้าผู้ครอบครองสมญานาม กระทิงคลั่งว่ากันว่านักต่อยคนนี้ไม่รู้จักจะคำว่าเจ็บคำว่าปวด แล้วก็ทนมือทนหมัดสูงที่สุด เขาใช้สิ่งนี้เอาชนะโรบินสัน ใช่หรือไม่ ?

กระทิงคลั่ง เรื่องราวของเจค ลาม็อตต้านอกสังเวียน ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนกับที่ชูการ์เรย์โรบินสัน เป็น เขาเป็นลูกครึ่งอเมริกัน-อิตาเลียน รวมทั้งเติบโตมาในสังคมของกลุ่ม ดูบอลสด

เคยชิงทรัพย์และก็ฆ่าคนด้วยการซ้อมจนตายมาแล้ว (เรื่องดังกล่าวข้างต้นเจ้าตัวออกมารับในคราวหลัง) รวมทั้งชื่อของเขาไม่ค่อยดีนัก โดยยิ่งไปกว่านั้นประเด็นการใช้กำลังในครอบครัว

เขาสารภาพว่าเขามีนิสัยเสีย เป็นการถูกใจตบตีเมียในยามที่มึนเมา กระทั่งทำให้ชีวิตครอบครัวของเขาไม่ค่อยบรรลุความสำเร็จเท่าไรนัก โดยเขาผ่านการสมรสมาถึง 7 ครั้งอย่างยิ่งจริงๆ

อย่างไรก็แล้วแต่ในฐานะนักมวย ลาม็อตต้านับว่าเป็นนักต่อยสไตล์สมัย 40s-50s ของจริง หากแม้ความสามารถจะด้อยกว่าชูการ์เรย์โรบินสัน แต่ว่าเจค ลาม็อตต้าถูกเรียกว่า กระทิงคลั่ง

ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาชอบระบายความโกรธเคืองเมื่อขึ้นเวที ยิ่งเขาโดนคู่ปรปักษ์ต่อยเยอะแค่ไหน เขายิ่งเลือดขึ้นหน้า แล้วก็ดูดซับเอาน้ำหนักหมัดของคู่ชกเข้ามาเป็นพลังของตน

ฟังมองบางทีก็อาจจะราวกับเว่อร์ แต่ว่าเขาก็เคยบอกด้วยตัวเองว่า เวลาที่เขาโดนต่อย เขาไม่รู้จักสึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย ผมต่อสู้ตั้งแต่ 7 ขวบ ผมสู้ริมทางเพื่อเงินไม่กี่เหรียญ ผมเอาเงินที่ได้มาช่วยบิดาผมจ่ายค่าเช่าบ้าน ผมขึ้นเวทีมาจนกระทั่งนับไม่ถ้วนเพื่อได้มาซึ่งสิ่งที่ผมอยากได้

ในระหว่างที่ฝึกมวย เด็กคนอื่นๆบางครั้งอาจจะฝึกซ้อมเพียงแค่ 3-4 ยก แม้กระนั้นผมฝึกซ้อมครั้งละ 10-20 ยก ผมเคยชินกับการโดนต่อย จนกระทั่งอย่างกับว่าผมสามารถหลอกร่างกายตนเองได้ว่าผมมิได้ปวด ผมคิดว่าไม่มีผู้ใดทำผมเจ็บได้ ผมบางครั้งอาจจะถูกเย็บที่หางขนคิ้ว

จมูกหัก มือแตก แต่ว่าขออภัยเถิด ผมไม่เคยเจ็บกับเขาเลยสักครั้งเจค ลาม็อตต้าว่าไว้เมื่อครั้งที่เขายังมีชีวิต ลาม็อตต้านั้นนับว่าเป็นเจ้าถิ่นในรุ่นมิดเดิลเวตมาก่อน จนถึงวันที่ชูการ์เรย์โรบินสัน ใช้ความสามารถเอาชนะเรื่องสีผิว รวมทั้งก้าวจากรุ่นเล็กมากยิ่งกว่าขึ้นมา ทั้งสองก็เลยได้เจอะ

กันคราวแรกในตุลาคมปี 1942 การพบกันคราวนั้นเป็นเสมือนไฟต์แรกของโลกที่มวยสากลสามารถแบ่งสายนักมวยได้ 2 แบบ ตัวอย่างเช่น ไฟเตอร์ รวมทั้ง บ็อกเซอร์ ลาม็อตต้าเป็นมวยไฟเตอร์หมัดหนักแต่ว่าตั้งรับไม่เป็น ในขณะที่ชูการ์เรย์โรบินสัน เป็นมวยที่ราวกับมาจากอนาคต

เน้นย้ำการต่อยที่จะแจ้ง พลังหมัดสูง รู้จักผ่อนช้า รีบจังหวะ มวยสไตล์ของผมเป็นการออกมาจากมุมได้เมื่อใดแล้วต่อยกันให้ตายไปข้าง ลงทัณฑ์คู่ต่อยให้ได้ หยิบยื่นหมัดให้พวกเขารับประทานแทนของกิน บู้ม บู้ม บู้ม ! ให้มันตกที่ตรงนั้นไปเลย ลาม็อตต้ากล่าว การพบกันคราวแรก

ลาม็อตต้าเดินหน้าต่อย ยกการ์ เรย์ แบบไม่กลัวตาย ไฟต์นั้นถึงแม้เขาจะเป็นข้างเดินหน้า แม้กระนั้น ชูการ์ เรย์ เป็นผู้ที่ออกหมัดกระจ่างมากกว่า โคตรมวยคนนี้ได้ทุกแบบไม่ว่าจะดักชกหรือแลกหมัดกับลาม็อตต้า ด้วยเหตุนั้นการพบกันในปี 1942 ลาม็อตต้าก็เลยแพ้แต้มไปแบบเอกฉันท์

จุดเด่นสิ่งเดียวที่ยังพอเพียงไหว เป็นในไฟต์นั้นเขาไม่ยินยอมโดนนับ 10 ให้เสียชื่อเสียงสมญานาม กระทิงคลุ้มคลั่ง เขาฝ่าฝืนจนกระทั่งยืนครบยกได้อย่างน่าชื่นชอบ แม้ว่าจะจะต้องเป็นข้างพ่ายก็ตาม ความห่างชั้นค่อนจะแจ่มแจ้งในระดับหนึ่ง แม้กระนั้นเมื่อแพ้ไปก็จำต้องชำระแค้นคืน

ภายหลังจากพ้นไฟต์แรกมาไม่นาน ลาม็อตต้ายังคงเชื่อถือตนเองเสมอว่า เขาจะสามารถทนหมัดที่เอาจริงเอาจังของ ชูการ์ เรย์ ได้เป็นเวลายาวนานกว่าไฟต์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา และก็จะสู้ได้ดียิ่งไปกว่าที่เคย เขาเป็นคนจำพวกที่คนไม่ใช่น้อยบางทีก็อาจจะเรียกว่าทึ่ม แต่ว่าสำหรับลาม็อตต้า

นักมวยสุดบ้าบิ่น เรียกว่าความเชื่อถือ ผมไม่เคยเป็นห่วงเลยก่อนจะมีการเดินขึ้นเวทีเพื่อต่อยกับคนใด ผมคิดเสมอว่าผมสามารถชนะได้ ทุกหนรวมทั้งตลอดระยะเวลา ผมเป็นแบบนั้นมาเสมอ เขาว่าไว้ ไฟต์ที่ 2 ลาม็อตต้ากลับมาพร้อมด้วยหามเกียรติยศของย่านบรองซ์ ถิ่นของแชมป์มวยโลก

รวมทั้งสามารถแออัดความพ่ายแพ้ทีแรกให้กับโรบินสัน ได้เสร็จ ด้วยการเอาชนะคะแนน ก่อนที่จะต่อยกันอีก 3 ครั้งข้างในตอนสมัย 40s (ไฟต์ที่ 2 แล้วก็ 3 ของทั้งสองเกิดขึ้นในช่วงห่างกันเพียงแค่ 224 ชั่วโมงแค่นั้น) ซึ่ง 3 ครั้งดังที่กล่าวมาแล้ว ชูการ์ เรย์ เอาชนะได้ทั้งหมดทั้งปวง

จนกระทั่งมาถึงคราวสุดท้าย ครั้งที่ทั้งสองอยู่ในช่วงอายุที่พีกที่สุด แถมยังมีสายรัดเอวแชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวตเป็นพนัน การต่อสู้ครั้งที่ 6 ในปี 1951 ที่เจค ลาม็อตต้าได้แสดงให้โลกทราบดีว่า เพราะเหตุไรเขาถึงได้สมญานามว่า ไอ้วัวกระทิงบ้า ไฟต์นั้น ชูการ์เรย์โรบินสันเหนือกว่า ตามราคา

เขาเดินหน้าไล่ชกหมายจะเอาลาม็อตต้า ที่เป็นแชมป์โลกให้น็อคตั้งแต่ก่อนเวลา แม้กระนั้น ลาม็อตต้าชี้ให้เห็นว่าการโอ้อวดว่า “ไม่เคยเจ็บ” ของเขาไม่ใช่แค่ข่าวโคมลอย เขาโดน โรบินสันจ้วงหมัดแล้วหมัดเล่า ประเภทที่ว่าคนไหนมองเห็นก็จำต้องกล่าวว่าลงแน่ แม้กระนั้นในที่สุด

ลาม็อตต้ายืนระยะได้ถึง 13 ยก แล้วก็แสดงออกถึงความ “ไม่เคยกลัว” นักชกที่ยอดเยี่ยมในโลกตลอดกาลอย่าง โรบินสันด้วย “มึงทำไม่ได้หรอกไอ้มืดสันขวาน มึงเอากูลงไม่ได้หรอกโว้ย”, “มีอีกก็เอามาอีกสิวะ”, “ขอหนักๆอย่าให้กูผิดหวัง” นี่เป็นเสียงตะโกนของลาม็อตต้า

ที่สวนกับสภาพบนเวทีของเขา ที่เกือบจะยืนไม่ไหวตั้งแต่ยกที่ 6 แล้ว จนแล้วจนรอด 13 ยกที่ ลาม็อตต้าทนทายาด “มึงเก่งจริง แต่คว่ำกูไม่ได้หรอก” เขาบากบั่นจะพูดแบบนั้น นวมของทั้งสองเต็มไปด้วยเลือดเช่นเดียวกับการฆ่ากลุ่ม ก่อนที่จะผู้ตัดสินจะทนมองเห็นภาวะไม่ไหว

ยุติการชกด้วยความแพ้พ่ายของ ลาม็อตต้า จนได้ วันนั้นทุกคนไม่ได้เพียงแค่จำความเหนือชั้นของ โรบินสันถึงแม้ที่หมายเขาจะเป็นผู้ชนะ แม้กระนั้นที่สุดแล้วชื่อของเจค ลาม็อตต้าก็ถูกกล่าวขวัญในฐานะยอดนักสู้ตัวจริง ผู้ที่สู้ยิบตากระทั่งวินาทีในที่สุด แม้ว่าจะมีความคิดเห็นว่าแพ้ชัดๆ

นักมวยสุดบ้าบิ่น แต่ว่าก็ไม่เคยยอมยกธงขาว การต่อยไฟต์นั้นนับว่าเป็น 1 ในหน้าประวัติศาสตร์มวยโลกในชื่อ “การฆ่ากลุ่มในวันแห่งความรัก กำปั้นไร้เทียมทาน

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.