ศุกร์. ก.ย. 24th, 2021

เว็บข่าวมวย วันนี้

เว็บข่าวมวย รวมข่าวมวย วันนี้ วิเคราะห์มวย ทีเด็ดมวย โปรแกรมมวย

ยามอยู่นอกสังเวียน “จอน โจนส์” : ผีที่เอ็มเอ็มเอ ที่เคยแทบเป็นนักบวชนักเทศน์

1 min read
ยามอยู่นอกสังเวียน

ยามอยู่นอกสังเวียน จอน โจนส์ อายุเพียงแค่ 23 ปี ในวันที่เขาเปลี่ยนเป็นแชมป์โลกยูเอฟซี รุ่นไลท์เฮฟวี่เวต

ยามอยู่นอกสังเวียน นี่เป็นผู้ถือเข็มขัดแชมป์โลกผู้ครอบครองสถิติอายุต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้กระนั้น หากคุณจะคาดหมายจะดำเนินชีวิตแบบเขาในฐานะ โรลโมเดล เสมือนนักกีฬาที่ไปถึงเป้าหมาย คุณจำต้องคิดใหม่

พวกเราจั่วหัวว่าเขาเคยแทบเป็นนักบวชก็จริง ใช่ ด้วยเหตุว่าเขาเคยถูกมุ่งหวังให้เป็นแบบงั้น ซึ่งแน่ๆว่านั่นอาจทำให้ท่านรู้เรื่องรวมทั้งคิดภาพตามว่า เขาอาจเป็นนักสู้ ที่มีเลือดนักบุญยามอยู่นอกสังเวียน แม้กระนั้นไม่เลย เขาแทบเป็นภูตผีปีศาจต่างหาก อาเธอร์ โจนส์ จูเนียร์ เป็นเพศชายชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันที่เคร่งศาสนามาตั้งแต่จำความได้

เขาโตมาพร้อมกับความยากแค้นตั้งแต่ที่ยังเป็นเด็ก แล้วก็เมื่อแต่งงานกับลูกๆอีก 4 คน เหตุการณ์ชีวิตก็ยังจะต้องดิ้นรนสู้ถัดไป นอกเหนือจากพลังใจจากครอบครัวแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ อาเธอร์ ยังคงไม่ยอมแพ้เป็น “เชื่อถือ” ที่เขามีต่อพระผู้เป็นเจ้า นับจากบรรพบุรุษของเชื้อสายโจนส์มาตั้งหลักแหล่งในอเมริกา

ครอบครัวของเขาก็ผูกพันกับคริสตจักรตลอดมา บ้านของพวกเขาอยู่ใกล้กับโบสถ์ ในบิงแฮมตัน มหานครนิวยอร์ก เชื้อสายของเขาก็เลยเป็นคริสเตียนที่เคร่งศาสนามาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษแล้ว ตัวของ อาเธอร์ นั้นเชื่อถือแล้วก็เชื่อใจในคำอบรมของพระเยซูคริสต์อย่างที่สุด

เขาอยู่ใกล้เคียงคริสตจักรแล้วก็พร้อมช่วยเหลือเสมอ จนตราบเท่าได้เปลี่ยนมาเป็นนักบวชของโบสถ์ที่นี้ ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อมีบิดาเป็นนักบวช ลูกๆทั้งยัง 4 คนก็จะต้องอยู่ในกรอบของจริยธรรม แล้วก็เติบโตมาพร้อมกับคำสั่งสอนของพระเยซูมาตลอดเวลา ผู้อื่นบางทีก็อาจจะใช่

แม้กระนั้นไม่ใช่ลูกชายผู้ที่ 2 ของเครือญาติที่เป็นเป็นไม่เหมือนกัน.. จอน เป็นเด็กที่เกิดมากับประโยคเพื่อตั้งคำถามรวมทั้งอยากพิสูจน์สิ่งต่างๆด้วยตัวเอง เขาแล้วก็ค่อยเชื่อ รวมทั้งเรื่องของศาสนาก็เช่นเดียวกัน เว็บข่าวมวย วันนี้

หากแม้บ้านของเขาจะเป็นครอบครัวใหญ่ที่อยู่รวมกัน แต่ว่า จอน เป็นผู้ที่ตั้งเรื่องที่น่าสงสัยอะไรต่อมิอะไรมากมายก่ายกอง โน่นก็เลยทำให้ อาเธอร์ นั้นจำต้องดูแลและก็จับตา จอน เป็นพิเศษ เนื่องจากเขามั่นใจว่า จอน จะเป็นผู้ที่ตกทอดตำแหน่งนักเทศน์ หรือ นักบวชของเขาในอนาคต ต้นเหตุที่เป็นแบบนั้น

เนื่องจากพี่ชายคนโตของ จอน ที่ชื่อว่า อาเธอร์ เดอะ เธิร์ด เป็นเด็กเรียนดีกีฬาเด่น สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยโควตานักกีฬาอเมริกันฟุตบอล แล้วก็ไปสุดทางด้วยการได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์กับ บัลตำหนิมอร์ เรฟเวนส์ มาแล้ว

เหมือนกันกับ แชนด์เลอร์ น้องชาย ซึ่งก็เป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล เคยครองแชมป์ซูเปอร์โบวล์ด้วยเหมือนกัน (กับ นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์) ช่วงเวลาที่ตัวของ จอน เอง ไม่มีความสามารถพิเศษด้านนี้มากแค่ไหน รวมทั้งนั่นทำให้เขาจำต้องรับความมุ่งมาดจากบิดาผู้เป็นนักบวชไปโดยปริยาย ที่สุดแล้ว

การเกิดในครอบครัวคริสเตียน มิได้แสดงว่าคนๆนั้นจะเป็นคริสเตียน ผู้ที่จะเป็นคริสเตียนได้เป็นผู้ที่มีประสบการณ์กับพระผู้เป็นเจ้ารวมทั้งรู้จักท่านเป็นการส่วนตัวแค่นั้น ซึ่ง จอน โจนส์ นั้นออกแนวผู้ชายผู้เป็นสายน้ำ ไม่ปักใจกับสิ่งใดแบบสุดลิ่มทิ่มแทงประตู

“ผมอุตสาหะอย่างสุดชีวิตที่จะขัดขวางเขาจากการเป็นนักสู้ ผมบอก จอน ว่า แกอย่าคิดจะเป็นนักสู้เด็ดขาดเลยจ๊ะ อาชีพอื่นๆมีมากมาย เพราะอะไรแกไม่มาเป็นศิษยาภิบาลอย่างบิดาล่ะ?” อาเธอร์ กล่าว

จอน โจนส์ มิได้เป็นพวกต้าน แต่ว่าออกแนวเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาอ่านคัมภีร์ไบเบิลบ่อยๆ จนกระทั่งขั้นที่มีรอยสัก “ฟิลิปเปี้ยน 4:13” อันมีที่มาจากบท ฟีลิปปี 4:13 ในตำราว่า “กระผมพบเจอได้ทั้งหมดทุกอย่างโดยท่านผู้ทรงเสริมกำลังกระผม” บนหน้าอกของเขาเพื่อแสดงถึงความเคารพนับถือเชื่อใจ

แม้กระนั้นตรงกันข้าม เขาก็เสมือนสนใจในภูต เขาใช้สารเสพติดหลายครั้ง โดนจับมาไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง แม้กระนั้นแน่ๆที่สุดว่ากึ่งหนึ่งของชีวิต เขาทุ่มเทให้กับการต่อสู้มากยิ่งกว่าที่จะเข้าโบสถ์ตามฉบับคริสเตียนคนอื่นอย่างสิ้นเชิง

โดยยิ่งไปกว่านั้นในปี 2008 ที่เขามีลูกคนแรกตอนอายุ 20 ปี โน่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ตามที่เป็นจริงของประเด็นนี้

นาซีเคสินออกคู่

ยามอยู่นอกสังเวียน อายุ 20 ปี ไม่มีงานที่ทำประจำทำ มีบิดาเป็นนักบวช

หากว่า จอน โจนส์ เลือกยอมกับการเป็นนักสู้ในกรง 8 เหลี่ยม รวมทั้งเดินทางสู่ทางธรรมแทนเนื่องจากมีคนเปิดทางไว้ให้แล้วหลังจากนั้นก็น่าจะทำเป็น แม้กระนั้นเขาไม่ทำอย่างงั้น ด้วยเหตุว่าหากแม้พระผู้เป็นเจ้าจะอยู่ในหัวใจ

แม้กระนั้นสิ่งที่ต้องการทำเป็นการทุ่มเทสุดกำลังเพื่อการเป็นนักสู้มากยิ่งกว่า “การมีลูกแบบมิได้คาดหวังและก็คิดแผนเป็นการเปิดโลกทัศน์ของผมโดยแท้จริง ภายหลังที่ทราบว่าจะมีลูก ผมใช้เวลาเป็นต้นตย์ทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต แล้วก็ท้ายที่สุด คำตอบเป็นผมจะเลิกสู้แบบเป็นงานว่าง

แม้กระนั้นผมจะทำมันให้ไปจนกระทั่งมือโปรเลย” จอน โจนส์ ว่าแบบนั้น นักสู้ที่ จอน โจนส์ หลงใหลที่สุดเป็น บรูซ ลี ผู้ชายผู้กระทำให้กังฟูเลื่องลือไปทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มของผู้คนผิวดำในนิวยอร์กที่ได้รับอิทธิพลมาจากโรงภาพยนต์มอมแมม

ฉายแต่ว่าหนังกังฟูที่ฟิล์มถ่ายรูปราคาแพงถูก ซึ่ง โจนส์ ก็ยอดเยี่ยมในผู้ที่ได้อิทธิพลนั้น “ผมเลือกใช้ปรัชญาของ บรูซ ลี ที่ลื่นไหลรวมทั้งโอนเอนไปกับธรรมชาติ ผมพากเพียรดูทั้งหมดทุกอย่างให้แจ่มกระจ่าง อ่านค่ามันตั้งแต่ 0 ถึง 100 แล้วก็โจนใส่สิ่งนั้นอย่างกับงูเห่าเลย”

จอน ว่าต่อ จอน โจนส์ ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อเพิ่มน้ำหนักรวมทั้งกล้ามให้ก้าวขึ้นไปสู้ในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวต (จนกระทั่งรุ่นเฮฟวี่เวตในขณะนี้) ยิ่งกว่านั้นยังฝึกซ้อมเขี้ยวเล็บสำหรับการต่อสู้ โดยยิ่งไปกว่านั้นวิธีการจับซึมซับมิชชั่นที่เปลี่ยนเป็นหนึ่งในท่าไม้เด็ดของเขา ที่ว่ากันว่าถ้าเกิดได้ล็อกใครกันแน่ขึ้นมา

คนนั้นจบโดยทันที แล้วก็โน่นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดสมญานาม “ไอ้กระดูก” นั่นเอง “ผมบริหารร่างกายอย่างคลั่ง ผมคิดต้องการทำให้ผมเร็วขึ้นและก็ตัวใหญ่ ผมต้องการพุ่งได้ราวกับลูกปืน ดูบอลสด

ผมออกแรงกับการพัฒนากำลังขาของตนเอง แล้วก็มันเปลี่ยนเป็นหนึ่งสำหรับในการสร้างไม่เหมือนกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผม ถ้าเกิดคนไหนกันแน่มองเห็นผ่านการต่อสู้ของผม” โจนส์ ก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกยูเอฟซี หนแรกตั้งแต่อายุ 23 ปี

ทุกคนทราบว่าคุณลักษณะเด่นของเขาเป็นวิธีที่ไม่มีที่ตำหนิ มีพลัง ประดิษฐ์ และก็เล่นลูกพลิกแพลงเก่งมากมาย ที่สำคัญที่สุดเป็นเมื่อทุกๆไฟต์ผ่านไป จอน โจนส์ จะยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยมันดังวิดีโอเกม ที่เมื่อเขาชนะแต่ละด่าน

เขาก็จะปลดล็อกสกิลใหม่ๆขึ้นมา ไว่ว่าจะเป็นการเตะ, ลำตัว, หมัด, ศอก, หัวเข่า จนกว่าการจับดูดซับมิชชั่น และไม่กี่ปีผ่านไป เขาเปลี่ยนเป็นนักสู้กรงแปดเหลี่ยมที่ถูกชมเชยว่า “เก่งที่สุดในโลก” สิ่งที่การันตีได้เป็น เขาเป็นผู้กระทำสถิติ “ที่สุด” ไว้กับยูเอฟซี หลายสถิติร่วมกัน มี เป็นนักสู้ที่คุ้มครองปกป้องแชมป์มากมายไฟต์ที่สุด (11 ไฟต์ พอๆกับ ดิมิเทรียส จอห์นสัน),

ชนะในไฟต์ชิงชนะเลิศ-คุ้มครองป้องกันแชมป์เยอะที่สุด (14 ไฟต์) และไม่แพ้คนไหนกันตลอดนานที่สุด (18 ไฟต์) นอกจากนั้น ยังได้รับการชื่นชมเป็นเลิศในกรุ๊ปนักสู้เอ็มเอ็มเอ ยิ่งใหญ่ที่สุด และก็ได้รับชมเชยในฐานะเป็นนักมวยความสามารถฉกาจฉกรรจ์ที่สุดของยูเอฟซี ถ้าวัดกันปอนด์ต่อปอนด์

ดูบอลสด

เรื่องความเชี่ยวชาญของ จอห์น โจนส์ ไม่มีผู้ใดกล้าสงสัย ด้วยเหตุว่าการบรรลุเป้าหมายที่เกิดมากยิ่งขึ้นมายภายใต้อาชีพนักสู้ของเขา

อย่างไรก็ดี สำหรับเพื่อการประกาศตัวว่าเป็นคริสเตียน เขาชอบสร้างประโยคสำหรับถามให้กับคนอีกจำนวนไม่น้อย เนื่องจากสิ่งที่เขาปฏิบัติเมื่ออยู่นอกสังเวียน หรือแม้กระทั้งบนสังเวียน ชอบเต็มไปเรื่องราวโจษจันต่างๆมากไม่น้อยเลยทีเดียว สถิติการสู้ 28 ไฟต์ ที่จริงมันควรเป็นชนะ 28 ไฟต์รวด ไม่ใช่ ชนะ 26 แพ้ 1 ไม่เป็นผลวินิจฉัย 1 ตามที่เป็น

แล้ว 2 ไฟต์ที่แพ้เกิดขึ้นได้เช่นไร?.. คำตอบเป็น ไฟต์ที่แพ้ แมตต์ แฮมิลล์ เมื่อปี 2009 เป็นการถูกปรับแพ้เนื่องจากว่าใช้ศอกผิดกติกา ถึงแม้ว่าคู่ต่อยกำลังจะเสร็จเขาอยู่แล้ว ส่วนไฟต์ที่ไม่เป็นผลวินิจฉัย เกิดขึ้นในปี 2017

ในตอนแรก เจ้าตัวได้รับการยกมือเป็นผู้ชนะน็อก ฉุดกระชากสายรัดเอวแชมป์โลกรุ่นไลท์เฮฟวี่เวตกลับมาจาก แดเนียล “ดีซี” โครมิเยร์ คู่แข่งนิรันดร แต่ว่าต่อไปกลับได้มาพบว่า โจนส์ ใช้สารกระตุ้น ชัยก็เลยถูกยกเลิกไป

ส่วนเรื่องนอกสนาม ปี 2015 เขาถูกจับฐานเสพโคเคน รวมทั้งจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดที่เมืองอัลบูเคอร์กี เมืองนิวเม็กซิโก อันเป็นถิ่นที่เขาอาศัยอยู่ในตอนนี้ กับการสังกัดค่าย พร้อมก่ออาชญากรรมซ้ำด้วยการการ “ชนแล้วหนี”

ซึ่งผู้ที่เขาชนเป็นผู้หญิงมีครรภ์ กระทั่งถูกยึดแชมป์ (ที่จากนั้นดีซี ก็ไปคว้ามาครอบครองได้ ก่อนเกือบจะเสียให้โจนส์นั่นเอง) แล้วก็ถูกทำโทษทานบน 18 เดือน แล้วหลังจากนั้น จอน โจนส์ แทบมีคดีฉาวแบบปีต่อปีเลยก็ว่าได้ นาซีเคสินออกคู่

อีกทั้งการใช้สารกระตุ้น, ปองร้าย, ใช้อาวุธปืน และก็อะไรต่อมิอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่ทำให้เขาถูกเรียกว่า “ไอ้ขี้โกง” รวมทั้ง “นักสู้ผู้ไม่เคยแพ้คนใด.. เว้นเสียแต่ตนเอง” แม้กระนั้น เมื่อใดก็ตามเขาถูกจับ โจนส์ ก็ชอบลบคำปรามาสได้เสมอ

เมื่อพ้นโทษแบน เขาชอบกลับมาคว้าชัยชนะได้อย่างมากใหญ่ทุกครั้งไป เขาบอกเหตุผลว่าชีวิตของเขาบรรลุผลสำเร็จได้ ด้วยเหตุว่าการไปสุดทุกทางเดินที่ตนเองลิขิตไว้ หาใช่วิถีทางที่ผู้อื่นเชื่อถือ สิ่งใดก็ตามที่โดนแออัดยัดเยียด เขาจะต้าน และไม่ว่าดีหรือชั่วร้าย เขาชอบเข้าพบมันด้วยตัวเองเสมอ

แน่ๆ นั่นไม่ใช่จุดเด่นที่คนใดกันแน่ควรกระทำตาม แต่ว่ามันก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่า ความบ้าระห่ำพุ่งทะยานไปด้านหน้าแบบสุดแรง เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้ จอน โจนส์ เปลี่ยนเป็นแชมป์โลกเอ็มเอ็มเอ ผู้มีอิทธิพลได้.. อย่างต่ำมันก็ควรจะมีส่วนเกี่ยวโยงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

“การจะสร้างผลงานชิ้นโบแดงขึ้นมา คุณจำเป็นต้องซาบซึ้งกับทุกอย่างที่คุณทำ รับกับบาปที่คุณก่อ รวมทั้งแสดงมันออกมาให้เต็มกำลัง ผมเป็นเสมือน ปิกัสโซ่ ทำไมทราบไหม? ปิกัสโซ่ มิได้เพียงแค่สร้างศิลปะ เขาใช้ศิลป์เพียงแค่ครึ่งเดียว ที่เหลือได้แก่การใช้ความรู้สึกทั้งผองที่เขามี

ทั้งหมดทุกอย่างที่อยู่ในตัวเขาหลั่งไหลออกมาผ่านปลายพู่กัน เขาถ่ายทอดมันโดยไม่สนใจว่าใครกันแน่จะเกลียด.. แล้วก็ผมเองก็เช่นเดียวกัน” จอน โจนส์ ผู้มีอิทธิพลกล่าวตบท้าย

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.